HOST
HOT!
#ห้องโฮสต์
17
• Please be my Valentine •
By
Ji
ตรงหน้าของผมคือเด็กม.ปลายคนหนึ่ง
เขาเป็นแค่เด็กธรรมดาๆ
หรืออาจจะไม่ธรรมดาสำหรับบางคน
แต่เมื่ออยู่ตรงหน้าของผมแบบนี้
ในสายตาของผมก็ไม่ได้เห็นว่าเขาจะพิเศษกว่าใครที่ไหน ยิ่งได้อ่านคอมเมนต์ดราม่าของลูกค้ามากมายที่ตัดพ้อต่างๆ
นานา สาเหตุที่ว่าโฮสต์สุดฮอตคนหนึ่งของคลับลาออกไปแบบกะทันหัน
ผมก็ได้แต่ถอนหายใจแล้วทอดสายตามองคนตรงหน้าอย่างพิจารณา
เขาเป็นเด็กผู้ชายคนหนึ่ง
ยอมรับว่าหน้าตาดี ดวงตาคมรีรับกับสันจมูกโด่งและริมฝีปากบางเฉียบ
สีชมพูอ่อนๆที่ปราศจากลิปสติกอาจจะทำให้ผู้หญิงหลายคนต่างอิจฉา อีกทั้งยังมีรูปร่างสูงผอมราวกับนายแบบ
ไม่ว่าใครที่ได้เห็นเขาในที่สาธารณะก็คงจะเหลียวหลังมองกันทั้งนั้น
ผมก็ไม่รู้หรอกว่าโชคชะตาเล่นตลกอะไร
ถึงได้ดลให้การไป ‘ลอง’
ซื้อโฮสต์เล่นเพื่อประชดชีวิตที่แฟนไม่สนใจ แต่กลับได้ผลตอบแทนเป็นอะไรแบบนี้ไปซะได้
ผมไม่รู้ว่าเขาจริงจังกับผมไหม
และขอยอมรับว่าตอนนี้ไม่แน่ใจอะไรทั้งนั้น
เพราะการเจอกันของเรามันแปลกเสียยิ่งกว่าแปลก
เขา..
ทำเพื่อเงิน
ส่วนผม..
ทำเพื่อประชดชีวิต
อย่างที่เห็นก็คือผมรักซอฟต์มาก
เขาเป็นแฟนเก่าที่ไม่ค่อยจะเข้ากับผมได้สักเท่าไหร่
แต่ผมก็รู้สึกผูกพันกับเขาจนไม่มีคำว่าเลิกกันอยู่ในหัว
และตอนนี้ก็ยังเสียใจที่เรื่องของเราไม่ยาวนานนัก มันจบแบบงงๆ
เพราะซอฟต์เองก็ไม่ยอมบอกเหตุผลที่เลิกกับผม
แต่ผมก็ไม่คิดที่จะทักไปถามหรือไปบังคับอะไรให้เขาพูดแล้วล่ะ
เรายังคงเจอกันทุกวันธรรมดาที่โรงเรียน
เหมือนเดิมทุกอย่าง แค่ไม่มีคำใดหลุดออกจากปากเวลาเจอกันก็เท่านั้น
ผมเดินผ่านซอฟต์ไปราวกับคนที่ไม่รู้จัก
ส่วนเขาก็มองผมเป็นแค่ครูนักศึกษาฝึกสอนคนหนึ่งที่ไม่ได้สำคัญอะไร บางทีก็ยกมือไหว้
บางทีก็ทำเป็นอากาศไป มันก็อยากจะร้องไห้พอเห็นแบบนั้น
แต่ก็ต้องฮึบไว้เพราะไม่ใช่เวลาที่สมควร
กลับมาที่มานเมตต์ต่อ
หรือคนที่ใครต่อใครต่างเรียกเขาว่า ‘มาร์ค’
ผมทอดสายตามองคนตรงหน้าก่อนจะสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ
ในหัวมีแต่ความสับสนลอยวนอยู่เต็มไปหมด ไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกแบบไหนก่อนดี
ภูมิใจที่คนฮอตขนาดนั้นมาจีบ..
หรือตกใจที่โชคชะตาของตัวเองหนีไม่พ้นเด็กนักเรียนสักที
ทั้งๆ ที่ไม่ได้อยากกินเด็กเลยด้วยซ้ำ แต่ก็โดนตามติดเป็นวิญญาณสลัดไม่หลุด
ผมชอบเขานะ
แต่เท่าที่ดูจากรีแอกชั่นของลูกค้าแต่ละคนที่เศร้ากันโคตรๆ เพราะมาร์ตินี่ลาออก
ผมก็รู้สึกหน้าชานิดๆ เพราะมันทำให้รู้ว่าที่ผ่านมาเขาไม่ได้หยอดเราแค่คนเดียวนี่หว่า..
แล้วผมจะเชื่อเขาได้ยังไง
กับไอ้คำว่าชอบที่เขาย้ำนักย้ำหนาว่าไม่เคยบอกใคร..
“มองทำไมครับ
หลงรักเหรอ?”
ผมสะดุ้งเมื่อจู่ๆก็โดนทักแบบนั้น
ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ที่สายตาคมนั้นจ้องมามอง ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็เห็นถึงความสนุกสนานในแววตาที่ทอดมาเสมอ
แล้วนั่นก็ทำให้ผมถึงขั้นรู้สึกโหวงๆข้างในช่องท้อง
“หลงตัวเอง”
“หลงพี่ด้วยแล้วเนี่ยตอนนี้”
เด็กขี้หยอดว่าพลางเขยิบเข้ามาใกล้ ผมเหลือบมองที่ตรงหน้าจอโทรศัพท์ของเขาแวบหนึ่งก่อนจะพุ่งโฟกัสกลับไปที่ใบหน้ากวนๆนั้นอีกครั้ง
“ยังเล่นเกมไม่เสร็จหนิ”
“ไอ้ยอร์นมันไปเข้าห้องน้ำครับ
เดี๋ยวก็กลับมา”
“จะเล่นต่อเหรอ?”
“น่าจะมั้ง
รอดูเพื่อนแยกย้ายกันตอนไหน”
จนถึงตอนนี้ผมก็ขมวดคิ้วนิดๆ
ไม่เข้าใจเขาอีกเรื่องก็ตรงที่จะมาหาทำไม มานั่งเล่นเกมให้ดูน่ะเหรอ
ถ้าอย่างนั้นนั่งเล่นอยู่ที่บ้านก็ได้ปะ?
“ทำไมหน้าบึ้งล่ะครับ”
แต่ดูเหมือนว่าผมจะเป็นคนที่เก็บความรู้สึกไม่เก่งอะไรเอาซะเลย
หลายๆคนก็บอกแบบนั้นเหมือนกัน
ว่าถ้าผมไม่พอใจอะไรก็มักจะแสดงออกมาทางสีหน้าในทันที
ใช่
แล้วในตอนนี้คิ้วทั้งสองข้างก็ขมวดกันจนแทบจะเป็นปมเพราะไม่พอใจเขาอยู่ลึกๆ
แต่ด้วยความที่ว่าผมไม่แน่ใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเราทั้งสองคน
ผมก็เลยไม่รู้ว่าควรจะพูดออกไปยังไงดี
ผมโวยวายได้ไหม..
ผมไม่รู้
ผมโกรธเขาได้ไหม..
ผมก็ไม่แน่ใจ
ผมจะงอนเขาไปเพื่ออะไร..
ผมก็ไม่เข้าใจความรู้สึกของตัวเองเหมือนกัน
“เปล่า”
“แหนะ”
เขาหัวเราะเบาๆ ตาที่เคยเรียวคมหยีลงจนแทบจะมองไม่เห็น
แต่มันกลับทำให้เจ้าตัวเหมือนเด็กยิ่งกว่าเดิมซะอีก
จากที่เคยเจอกันในคราบโฮสต์สุดฮอต
จนกระทั่งเจอกันที่โรงเรียน หรืออยู่ต่อหน้ากันตอนนี้
ผมยอมรับว่าผมไม่รู้จักเขาเลยสักนิด แล้วก็แอบกลัวอยู่ลึกๆด้วยว่าเขาจะจริงใจหรือไม่
นั่นก็เพราะไอ้คำพูดที่จิวคอยกรอกหูอยู่นั่นแหละ
‘โฮสต์ไม่รักใครจริงหรอก’
ก็น่าจะใช่..
เพราะพวกเขาทำทุกอย่างเพื่อเงินกันทั้งนั้นแหละ
“เป็นอะไรก็บอกสิครับ
จะได้ง้อไง” เขาส่งมือมาดึงที่ข้างแก้ม การกระทำนั้นเรียกให้ผมเอี้ยวตัวหนีในทันที
“ผมไม่ใช่เพื่อนเล่นคุณนะ”
“ขนาดนี้แล้วยังจะผมๆ
คุณๆ อีกเหรอ ดูห่างเหินจัง” เขาหัวเราะอีกครั้ง
ท่าทางอารมณ์ดีนั้นยิ่งทำให้ผมรู้สึกหงุดหงิดมากขึ้นเป็นเท่าตัว
อาจเพราะที่มือนั่นยังไม่ยอมละห่างจากโทรศัพท์เลยด้วยล่ะมั้ง
“แล้วจะให้เรียกว่าไร?”
ผมเชิดหน้าขึ้น
“ที่รัก”
“ฝันอยู่เหรอ
ทำไมคิดอะไรที่มันน้ำเน่าขนาดนั้น” ผมแค่นหัวเราะ
“อ้าว
ดูจากท่าทางแล้วพี่เหมือนจะเป็นคนหวานๆ กับแฟนอะ ปกติไม่ใช่คนแบบนั้นเหรอ?” เขาถาม
ผมล่ะเกลียดท่าทางมั่นใจนั่นจริงๆ
เขาคงจะคิดว่าตัวเองเป็นพวกที่เพอร์เฟกต์ไปหมดซะทุกอย่าง หน้าตาดี บ้านรวย
คำพูดคำจาดี มีแต่คนหลงใหลและเยินยอ อย่างที่เจ้าตัวเคยบอกมาว่าจีบใครก็ติดไปหมด
ซึ่งมันก็คงจะเป็นความจริง ผมเชื่อว่าระดับเขาน่ะไม่โม้หรอก แต่ก็นะ
มันก็อดทีจะหมั่นไส้ไม่ได้
“ปกติไม่ใช่คนหวานอะ
แต่ก็ไม่ได้ขมขนาดนั้น”
“พี่เป็นคนยังไงกันแน่?”
เขาเอียงคอถาม
“นั่นผมก็อยากจะถามคุณเหมือนกัน
ความจริงแล้วคุณเป็นคนยังไงกันแน่ บางทีก็เหมือนว่าจะตามไม่ทัน ไม่สิ
เรียกว่าเข้าไม่ถึงน่าจะดีกว่า”
พอถึงตรงนี้เขาก็หัวเราะ
เด็กหนุ่มเอนหลังพิงกับหัวเตียงด้วยท่าทางสบายๆ ผิดกับเจ้าของห้องอย่างผมที่ยังคงหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่เหมือนในตอนแรก
“งั้นเราลองมาแลกเปลี่ยนความชอบกันไหมล่ะ”
“ยังไง?”
“ผมถามพี่
พี่ถามผม”
“ถามได้ทุกเรื่อง?”
“ทุกเรื่องที่พี่อยากรู้เลยครับ”
ผมหรี่ตาจ้องหน้าเขา
นายมานเมตต์ยังคงยิ้มกรุ้มกริ่มไม่เลิก แล้วนั่นก็ทำให้ผมรู้สึกว่าอยู่ต่ำกว่าอีกแล้ว
คนแบบนี้น่ะ ว่ากันว่าจะมีนิสัยเจ้าชู้ ไอ้พวกไหลลื่นไปตามสถานการณ์
คอยหลอกให้คนอื่นตายใจแล้วค่อยเผยธาตุแท้ออกมาทีหลัง ผมน่ะกลัวมากจริงๆ
“ทำไมคุณถึงมาจีบผม”
“ก็ชอบอะ”
เขาตอบทันที แม้ว่ายังถามไม่จบด้วยซ้ำ
“โวะ! ก็แล้วทำไมคุณถึงต้องชอบผมด้วย”
“ก็พี่น่ารัก”
“ไม่ใช่ดิ
มันต้องมีเหตุผลมากกว่านั้น”
“เอ้า
ฮ่าๆๆ” เขาหัวเราะ “ทำไมต้องหาเหตุผลอะไรมากมายมาเป็นข้ออ้างในการจีบด้วย
ชอบก็คือชอบน่ะสิครับ ถ้าผมบอกเหตุผลข้ออื่นมันก็แปลว่าผมหวังผลรึเปล่า”
“ยังไง?”
“ก็อย่างเช่น
ถ้าผมตอบว่าชอบพี่ที่พี่รวย ก็แปลว่าผมอยากได้เงินพี่
หรือถ้าผมตอบว่าชอบพี่ที่เซ็กส์ดี ก็แปลว่าผมหวังจะเอาพี่อย่างเดียว งี้รึเปล่าอะ”
จนถึงตอนนี้ผมก็ต้องถลึงตาใส่เขาในทันที
เพราะสีหน้าที่แสดงให้เห็นนั้นดูกะล่อนจนน่าหยิกให้เขียว แต่ที่น่าหงุดหงิดมากกว่านั้นก็คือ..
ข้างในใจของผมกลับเต้นแรงเพียงเพราะได้เห็นว่าเขายิ้มให้
ไม่รู้ว่าคนคนนี้ทำอะไรกับใจ
แต่รอยยิ้มของเขามันก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมรู้ว่าตัวเองหวั่นไหว
แม้ว่าไม่อยากจะยอมรับแต่ความจริงมันก็คือความจริง
“แต่อย่างน้อยมันก็ต้องตอบได้ดิว่าชอบเพราะอะไร”
ผมยังคงหาเหตุผลต่อไป “คุณเองก็เจอผู้คนตั้งเยอะตั้งแยะในแต่ละวัน
ไม่มีลูกค้าคนอื่นที่น่าสนใจบ้างเหรอ?”
“พูดแบบนี้คือหึงผมล่ะสิ”
“เปล่า
หลงตัวเอง”
“ฮ่าๆ
ก็ไม่เชิงว่าไม่เจอคนถูกใจหรอกครับ
แต่ผมรู้ดีไงว่าคนพวกนั้นเขาชอบที่ผมคือมาร์ตินี่ คนอ่อนโยน คนสุภาพคนนั้น คือเอาจริงๆแล้วมันก็ไม่ใช่ผมหรอก”
เขายักไหล่ด้วยท่าทางสบายๆ ผิดกับผมที่มีความสงสัยในตัวเขามากขึ้นเรื่อยๆ
“จะบอกว่าแสดงทั้งหมดว่างั้น?”
“เงินมาอะไรก็เป็นไปได้หมดไม่ใช่เหรอ”
เด็กกวนประสาทยิ้มจนตาหยี
เหอะ
งั้นที่เขามาจีบผมแบบนี้มันจะเป็นเพราะว่าผมประมูลไปหนักพอสมควรรึเปล่านะ
ตอนนั้นผมก็แค่คนที่มีเงินเหลือๆ
อย่างที่บอกไปว่าฐานะของบ้านผมไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่อะไร พ่อกับแม่บ้างานจนแทบจะไม่ได้เจอกัน
แต่ก็โอนเงินมาให้ใช้อย่างไม่ขาดสาย
มันก็ไม่แปลกที่ผมจะกล้าได้กล้าเสียกับความอยากลองของตัวเอง
“ถ้าอย่างนั้นลองบอกมาหน่อย
ความจริงแล้วคุณเป็นคนยังไง” ผมลองหยั่งเชิง
“เป็นคนหัวร้อน”
“ฮะ?”
“ถ้าเทียบกับมาร์ตินี่เลยนะ
รายนั้นจะใจเย็น ส่วนผมจะใจร้อน”
“...”
“หลายคนอาจจะไม่รู้เพราะไม่ได้อยู่ด้วยกันบ่อยๆ
แต่ผมจะหงุดหงิดมากๆถ้าอะไรไม่ได้ดั่งใจ เป็นเพราะว่าแม่ผมตามใจด้วยมั้ง
พอดีว่าเป็นลูกคนเดียวครับ”
“อ้อ..”
“แต่ถ้าอยู่ในคราบของโฮสต์ก็ยอมได้หมด
เวลาเจอลูกค้าเอาแต่ใจมากๆ ก็ต้องยิ้ม เจอลูกค้าขี้งอนก็ต้องง้อ
ถึงแม้ว่าในใจจะเซ็งโลกไปแล้วก็ตาม”
“เสแสร้งเก่งเหรอ?”
“มันก็ไม่เชิงเสแสร้งรึเปล่าครับ
เขาเรียกว่าวางตัวเป็น”
“หึ
งี้จะเชื่อได้ไงว่าสิ่งที่คุณแสดงออกมาตอนอยู่กับผม มันคือความจริง”
ผมยกแขนขึ้นกอดอกพร้อมทั้งมองอย่างจับผิด จู่ๆหัวใจก็เต้นแรง แล้วมันก็สร้างกำแพงขึ้นมาป้องกันตัวเองอีกชั้นหนึ่ง
เนื่องจากผมกลัวว่าจะตามเขาไม่ทัน
“เชื่อเถอะครับว่ามันจริง”
“คุณมันเชื่อไม่ได้”
“ก็ที่ผมชอบพี่
มันก็เป็นเพราะว่าตอนอยู่กับพี่ผมได้เป็นตัวของตัวเองนี่แหละ”
“...”
เสียงหัวใจมันดังกว่าที่คิดเอาไว้เมื่อจบประโยคนั้น
จนผมกลัวเหลือเกินว่าคนตรงหน้าจะได้ยินแล้วหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นล้อเลียน
เราทั้งสองคนจ้องหน้ากันอยู่แบบนั้น
ไม่มีใครพูดอะไรออกมา เหตุผลของผมก็คือมัน..พูดไม่ออก
แต่ก็ยอมรับว่ารู้สึกหน้าร้อนนิดๆ อาจจะเป็นเพราะว่าที่ผ่านมาซอฟต์ไม่เคยพูดอะไรหวานๆ
กับผมแบบนี้เลยล่ะมั้ง
ไม่สิ!
ผมไม่ควรเชื่อคำพูดของโฮสต์!
“วันแรกที่พี่มาประมูล
ผมก็ไปหาพี่ในคราบของมาร์ค ไม่ต้องหยิบหน้ากากมาร์ตินี่มาใส่ เชื่อไหมว่าตั้งแต่ทำงานมาผมยังไม่เคยพูดกวนประสาทแบบนั้นเลยนะ
ที่ผ่านมาจะใส่หน้ากากเทพบุตรตลอดเวลา แต่อยู่กับพี่มันอดไม่ได้จริงๆ
แถมเวลาที่พี่โวยวายมันยังน่ารักมากๆ
เพราะฉะนั้นผมก็เลยรู้ว่าผมชอบพี่ล่ะมั้งครับ”
“เลิกพูดสักทีเถอะน่า”
ผมบอกปัดเพราะไม่อยากจะฟอร์มหลุด
จู่ๆมันก็เหมือนจะเผลอยิ้มในตอนที่โดนเขาหย่อนระเบิดลูกใหญ่มาใส่
ยังไงผมก็บอกตัวเองว่าไม่อยากชอบเขามากจนเกินไป ไม่อยากจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบถ้าหากว่าเขาไม่ได้จริงจังกับผมมากขนาดนั้นในอนาคต
มันคงจะเจ็บมากๆ
เพราะถ้าผมรักใครแล้วผมก็พร้อมที่จะยกหัวใจให้กับเขาทั้งหมด แต่ก็ไม่อยากจะกลับไปเป็นเหมือนตอนคบกับซอฟต์อีกแล้ว
..ยังไม่หายเจ็บเลยในตอนนี้
“มันคือความจริงนี่
แล้วพี่ล่ะครับนิสัยเป็นยังไงบ้าง บอกเรื่องของตัวเองให้ผมฟังบ้างดิ” เขาเปลี่ยนเรื่องคุย
นัยน์ตาคู่นั้นฉายแววอยากรู้อยากเห็นแทบจะทันที
“เป็นคนเอาแต่ใจมาก”
ผมแค่นหัวเราะ
“เอาแต่ใจ?”
“ใช่
ผมเป็นคนเอาแต่ใจ ไม่ชอบให้ใครขัดใจ ไม่ชอบให้ใครทำในสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบ”
“ใครก็เป็นแบบนั้นรึเปล่าครับ
ผมก็ไม่ชอบเหมือนกันนั่นแหละ”
“แต่ผมเอาแต่ใจมากเลยนะคุณ
คุณคิดผิดแล้วล่ะที่มาชอบ” ผมยืนยันด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นกว่าเดิม ซึ่งมันก็ไม่ใช่การโกหกแต่อย่างใด
เพราะว่าความจริงแล้วผมก็ไม่ใช่คนที่นิสัยดีอะไรขนาดนั้นหรอก
อยากรู้ว่าถ้าพูดเรื่องแย่ๆของตัวเองออกไป
เขาจะรับได้ไหม..
นี่ผมกำลังลองใจอะไรอยู่ก็ไม่รู้เหมือนกัน
“ไม่เป็นไรครับ
ผมเป็นคนตามใจ”
“ช่วงโปรโมชั่นรึเปล่าคุณ”
“ไม่นะ”
เขาส่ายหน้า ก่อนที่ริมฝีปากนั้นจะยกยิ้มอีกครั้ง
แววตาที่จ้องมาดูไม่มีคำว่าล้อเล่นเลยด้วยซ้ำ แต่ก็นั่นแหละ
ผมก็ยังกังวลอยู่แบบเดิม
ก็เขาเป็นโฮสต์ไง
เรื่องตามใจลูกค้ามันก็เป็นปกติอยู่แล้วนี่
“ปกติผมก็เป็นสายตามใจทุกคนอยู่แล้ว
เพื่อนถึงชอบไปไหนมาไหนกับผมไง”
“แล้วถ้าคุณไม่อยากทำสิ่งนั้น
แต่ว่าผมอยากทำล่ะ?”
“ส่วนมากผมไม่ค่อยเรื่องมากนะ
กับเพื่อนก็ไม่เรื่องมาก ยิ่งกับแฟนก็ไม่เรื่องมาก”
“แต่เรายังไม่ได้เป็นแฟนกันสักหน่อย”
ผมยักไหล่ ท่าทางนั้นทำให้เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะออกมาอีกแล้ว
วันนี้เหมือนว่านายมานเมตต์จะอารมณ์ดีเกินหน้าเกินตาไปหน่อย
ผิดกับผมที่ยังไม่เข้าใจตัวเองเลยว่าจะเปิดประตูห้องต้อนรับเขาทำไมกันเนี่ย
“อยากเป็นมั้ยอะ?”
“อะไร?”
“อ้าว
ขออยู่นี่ไง หรือว่าพี่อยากได้อะไรแบบยิ่งใหญ่ๆ?”
“ไม่ต้องคิดอะไรพิเรนทร์ๆเลยนะ
ไม่โอเค”
“อ้าว”
“บอกตรงๆ
ผมไม่ชอบเรื่องเซอไพรซ์อะไรทำนองนี้ แบบว่าแกล้งให้โกรธแล้วค่อยมาเฉลยทีหลังเนี่ย
เกลียดมากๆเลย”
“อะๆ
ไหนบอกมาว่า ไม่ชอบอะไรบ้างครับ?” ถึงตอนนี้คนติดเกมยอมวางโทรศัพท์ ท่าทางนั้นทำให้ผมเม้มริมฝีปากเข้าหากัน
เพราะเหมือนว่าเป็นครั้งแรกด้วยล่ะมั้งที่รู้สึกว่าเขาให้ความสนใจกับผมเป็นอันดับหนึ่ง
“ไม่ชอบให้แฟนไม่สนใจ”
“อ่าฮะ”
“ไม่ชอบให้แฟนโกหก”
“อื้ม”
“แล้วก็ไม่ชอบให้แฟนเล่นใหญ่มากเกินไปด้วย
มันน่าอาย”
“ถ้างั้นผมก็ตรงสเป็กของพี่เลยล่ะครับ”
“ไม่จริง”
ผมส่ายหน้ารัว
“โห่
ผมก็ไม่ใช่คนที่จะบ้าบอไรขนาดนั้นอะ ถ้าจะมีโมเมนต์เล็กๆน้อยๆ
ก็ทำให้รู้กันแค่สองคนก็พอแล้ว” เขาพูดด้วยสีหน้ามั่นใจ
ทำเหมือนว่าเข้าใจความรู้สึกของผมเป็นอย่างดีอย่างนั้นแหละ
“แล้วก็ไม่ชอบให้แฟนเจ้าชู้ด้วย”
“ผมไม่เจ้าชู้อยู่แล้วครับ”
“แต่นายดูเจ้าชู้
ขี้หม้อ แล้วก็ดูไม่จริงจังกับใครด้วย”
“พี่ก็พูดไปโน่น
มันไม่ใช่แบบนั้นซะหน่อย”
“ก็จริงนี่
พวกโฮสต์น่ะเชื่อใจไม่ได้ซักคนนั่นแหละ”
“แต่ตอนนี้ผมไม่ได้เป็นโฮสต์แล้ว
เชื่อใจได้เต็มร้อยเลยน่า” เขาพูดพร้อมกับส่งมือมาดีดที่ตรงหน้าผาก
ทำเอาผมร้องโอ๊ยออกมาเนื่องจากว่าไม่ทันได้ตั้งตัว
บางทีเขาอาจจะลืมไปนะว่าตัวเองเด็กกว่าผมซะอีก
ถึงแม้ว่าส่วนสูงจะนำห่างไปก่อนแล้วแต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เขาจะไม่เคารพกันเสียหน่อย
“มันต้องใช้เวลาพิสูจน์ดิ”
ผมว่าพลางลูบหัวป้อยๆ
“นานแค่ไหนล่ะ
ผมก็อยู่กับพี่ได้ตลอดนั่นแหละ” เขายักไหล่แบบชิลๆอีกครั้ง
ราวกับว่าเรื่องที่พูดออกมานั้นเป็นสิ่งที่ง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก
บางทีเด็กนี่อาจจะยังไม่รู้ว่าคนจะคบกันน่ะมีอะไรมากกว่านั้นเยอะ
“ผมไม่อยากเสียใจอีก”
“หืม?”
“หมายถึงไม่อยากเลิกกับแฟนอีก
ไม่อยากผิดหวัง”
“ผมก็ไม่ได้จะทำให้พี่ผิดหวังนี่ครับ”
เขาเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ
นัยน์ตาคู่นั้นฉายแววสนุกสนานและไม่ค่อยจริงจังเหมือนเคย
แล้วนั่นก็ทำให้ผมถอนหายใจออกมา
แต่ยังไม่ทันที่เราจะถกเถียงกันต่อ
จู่ๆเด็กนั่นก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจิ้มอะไรบางอย่าง
ก่อนที่เสียงจากคนแปลกหน้าจะดังเข้ามาในสาย
ทำให้ผมรู้ได้ทันทีว่าเขากดเข้ากลุ่มคอลไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
(กว่าจะมาไอ้สัส
มัวทำไรอยู่)
“ติดธุระนิดหน่อย
ชวนเลยๆ”
“จะเล่นเกมเหรอ?”
ผมถามเสียงแผ่ว ไม่แน่ใจว่าคนในสายของเขาจะได้ยินไหม แต่เด็กนั่นก็เลือกที่จะเงยหน้าขึ้นมาผงกหัวหงึกหงัก
เขาไม่ตอบคำถามผมด้วยซ้ำ
ไม่รู้ว่ากลัวเพื่อนจะถามรึเปล่าว่าอยู่กับใคร
แต่ก็ขอบอกตามตรงเลยว่าผมไม่ค่อยจะพอใจสักเท่าไหร่
เนื่องจากวันนี้เขาเล่นเกมไปเยอะแล้ว ไม่เห็นจะมีเวลาให้ผมบ้างเลย!
พูดก็พูดเถอะ
ถึงเราจะไม่ได้ตกลงปลงใจคบกันแบบเป็นแฟน แต่เขาก็จีบผมอยู่มั้ยล่ะ
แล้วก็..
ถึงผมจะไม่ได้ชอบเขามากขนาดนั้น แต่ก็ไม่ได้แปลว่าผมจะไม่อยากให้เขาใส่ใจนะ
เกมมันสำคัญมากกว่าผมที่นั่งอยู่ตรงนี้รึไง
คิดแล้วก็พ่นลมหายใจออกมาแรงๆ
เด็กนั่นตั้งหน้าตั้งตาเล่นจนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมหน้าบึ้งมากขนาดไหน บ้างก็พูดกับเพื่อนไป
ออกคำสั่งเพื่อนไป คนในสายก็ตอบกลับมาแบบไม่ขาด
เรียกได้ว่าผมกลายเป็นฝุ่นอีกครั้งพอไอ้เด็กบ้าที่ชื่อมาร์คเข้าไปอยู่ในโลกของเกม
ไม่รู้แหละ
ผมก็บอกแล้วไงว่าผมเป็นคนเอาแต่ใจ
ถ้ารับไม่ได้ก็ไม่ต้องคุยกันสิ
ผมเคลื่อนตัวขึ้นไปนั่งอยู่บนตัก
ทับขาทั้งสองข้างของเขาไว้ในขณะที่เจ้าตัวกำลังตีป้อมอย่างเมามัน
เด็กนั่นดูจะตกใจไม่น้อยกับการกระทำที่ไม่มีอะไรมาแจ้งเตือนล่วงหน้า เขาเหลือบตาขึ้นมองพร้อมกับเลิกคิ้ว
แต่พอได้ยินเสียงคนในสายสั่งให้ไปบวกต่อ เจ้าตัวก็ก้มหน้าลงไปให้ความสนใจกับหน้าจออีก
ความจริงผมก็ไม่ใช่คนงี่เง่านะ
รู้อยู่แล้วว่าคนเราต้องมีเวลาส่วนตัวกันบ้าง แต่ก็นั่นแหละครับ
เขาเล่นเยอะเกินไปแล้ววันนี้ นี่ก็ดึกแล้วด้วย เด็กที่จัดเวลาไม่ถูกก็ต้องโดนบังคับกันบ้าง
เชื่อเถอะ
ว่าผมกำลังทำหน้าที่ของครูที่ดีอยู่
(ไอ้เหี้ยกัสไปทะเลไม่ชวนเพื่อนเลยนะ
แม่งเป็นไรของมันวะ)
“มันไปกับสาวป่าว
ลูกค้งลูกค้าไรงี้”
(มันบอกมันไปคนเดียว)
“เอ้า
พี่จีนอะ?”
(ไม่รู้
ช่วงนี้พวกแม่งก็ไม่ค่อยคุยกันปะวะ บรรยากาศอึดอัดชิบหาย)
(มาร์ค
มึงสนิทกับไอ้เหี้ยจีนอะ ไปถามมาดิ เสือกแทนเพื่อนหน่อยเร็ว ร้อยวันพันปีไม่เห็นพวกมันจะทะเลาะกันสักที
แต่รอบนี้แม่งถี่เกินไปปะ)
“ถามก็แย่ละ
มันบอกไรกูที่ไหนอะ เห็นแบบนั้นนะดุชิบหายรู้ปะ…”
ประโยคหลังน้ำเสียงแผ่วลงเนื่องจากเขาเจอสัมผัสบางอย่าง
ผมกระตุกยิ้มเล็กน้อยในขณะที่ช้อนตาขึ้นไปมองตอบ คิ้วทั้งสองข้างของเขาเลิกขึ้นเมื่อพบว่าถูกจู่โจมเข้าที่บริเวณส่วนล่าง
ผมเปิดเสื้อของเขาขึ้น
หน้าท้องขาวๆนั้นเป็นที่ประจักษ์แก่สายตา รวมถึงแผ่นกล้ามที่เรียงสวยจนผู้ชายหลายๆคนคงอิจฉา
ริมฝีปากร้อนจูบทาบลงไปแบบไม่บอกไม่กล่าว
ทำเอาคนที่เล่นเกมอยู่ถึงขั้นกลืนน้ำลายลงเมื่อผมลากปลายลิ้นลงต่ำ
แถวๆท้องน้อยน่าจะเป็นจุดอ่อนของใครหลายๆคน
เขาต้องไม่มีสมาธิเล่นเกมแน่ สังเกตจากสายตาที่เหลือบมองมาเรื่อยๆ จนไม่ได้สนใจที่หน้าจอโทรศัพท์เท่าที่ควร
(ไอ้เหี้ยมาร์ค
เดินไม่ดูวะ)
“เอ้ากูไม่เห็น
มันหลบในหญ้า”
(กูบอกมึงแล้วไงว่ามีพวกมันอยู่ในหญ้าสองคน
ไอ้เหี้ย ตายเลยเห็นปะ)
เขาโดนเพื่อนดุแล้ว
แต่ผมกลับหลุดขำออกมา การโดนป่วนในระหว่างเล่นเกมได้ผลจริงๆด้วยสินะ
ทีแรกคิดว่าเขาจะเป็นคนหัวร้อนกว่านี้ซะอีก แต่ก็ไม่นี่..
เด็กนั่นมองผมแบบยิ้มๆ
เขาส่งลิ้นออกมาเลียริมฝีปากในขณะที่ผมปลดตะขอกางเกงนั่นให้หลุดออกจากกัน
เพียงใช้ฝ่ามือคลึงไปตามแกนร้อน ไอ้เจ้าสิ่งที่หลับใหลอยู่ในตอนแรกก็แข็งตึงขึ้นมาในทันที
เขาเป็นพวกตื่นตัวไว
ผมรู้ดีเพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกของเราทั้งสองคน
ยอมรับอีกข้อว่าเด็กนี่ทำให้ผมเกิดความรู้สึกที่ว่า.. ติดใจ..
ไม่อยากจะยอมรับหรอก แต่มันก็คือความจริง
เอาตรงๆ
ผมก็ไม่ใช่คนเรียบร้อยอะไรขนาดนั้น เรื่องอย่างว่าก็เป็นที่ต้องการอยู่มาก
ยิ่งอยู่กับแฟนก็ยิ่งอยากทำ แต่ที่ผ่านมาติดตรงที่ซอฟต์ไม่ใช่คนแบบนั้นเลย
บางครั้งแทบจะไม่มีอารมณ์กับผมด้วยซ้ำ ซึ่งเรื่องนี้ผมก็ไม่เข้าใจเขาเหมือนกัน
ก็เลยไม่กล้าที่จะแสดงออกอะไรมากเนื่องจากกลัวว่าจะโดนมองไม่ดี
“อืม..”
เขาครางออกมาเบาๆเมื่อแกนร้อนถูกปลดปล่อยให้เป็นอิสระ
ผมใช้ริมฝีปากครอบครองมันก่อนจะดูดกลึงบริเวณส่วนปลายแบบย้ำๆ
จนกระทั่งมันบวมแข็งยิ่งกว่าเดิม
กายสูงขยับตัวเอนหลังกับเตียงด้วยท่าทางที่สบายมากขึ้น
เขาผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆในขณะที่ผมผงกหัวขึ้นลงเป็นจังหวะเนิบนาบ
ดูจากหน้าตาที่แสนอดกลั้นนั้นก็ทำให้ผมพึงพอใจไม่น้อยเนื่องจากว่าแกล้งเขาได้สำเร็จ
จังหวะของการหายใจที่ไวขึ้นทำให้หน้าท้องของเขาขยับขึ้นลงและเกร็งจนขึ้นกล้าม
มีบางครั้งที่เขาเงยหน้าขึ้นไปผ่อนลมหายใจออกมา
ไม่ได้สนใจเลยว่าเกมตรงหน้าจะเป็นอย่างไร หรือเพื่อนในสายจะบ่นมากแค่ไหน
(ไอ้เหี้ยมาร์คมึงฟาร์มไรของมึงเนี่ย)
(ไอ้สัส
มึงง่วงอ่อ เล่นโคตรห่วย)
(ควายมาร์ค
มึงอยู่ไหนฮัลโหล!)
“เน็ต
เน็ตกู อ่า.. แม่งปิง กระตุก..”
(ไอ้สาด มึงลืมจ่ายค่าเน็ตเหรอ)
เน็ตกระตุกหรือตัวเขาเองที่กระตุก
ผมแทบหลุดขำเมื่อเขาเผยอปากออกเพื่อระบายความอัดอั้น
ส่วนกลางลำตัวนั้นบวมแดงอีกทั้งยังชุ่มไปด้วยน้ำใสในยามที่ผมละริมฝีปากออกมา
เด็กติดเกมกำมือแน่นเมื่อผมใช้มือสาวรูดต่อแบบไม่รอช้า
ก่อนจะโน้มหน้าลงไปดูดดุนที่ตรงหัวอีกครั้ง
สลับกับใช้ปลายลิ้นเขี่ยไปรอบๆตรงรอยแยก
เขาต้องบ้าตายแน่
และเพราะว่าผิวของเขาขาวมาก
ใบหน้าอันหล่อเหลานั้นถึงได้แดงไปหมดยามเลือดในกายพลุ่งพล่าน
คนตัวสูงแอบสูดปากเบาๆในระหว่างที่พยายามประคองเกมให้จบ
แต่ผมก็แกล้งใช้ฟันขบเบาๆที่ตรงส่วนปลาย มันไม่ทำให้เขาเจ็บหรอก
แต่ดูจากการกระตุกนั้นก็น่าจะเป็นเพราะเสียวมากกว่า
“ซี้ดด..”
“อึก..อ..
อือ”
(มาร์คมึงลงล่างดิ
กันป้อม)
“แป๊บๆ
กำลังจะ..อ่า”
(เร็วๆ
ไอ้เหี้ย)
“พี่..โอย..”
เขากระซิบเสียงแผ่วเมื่อผมแกล้งผงกหัวขึ้นลงไวยิ่งกว่าเดิม
ท่อนเนื้อร้อนถูกตอดรัดด้วยกระพุ้งแก้มนิ่มๆ มันทำให้คนถูกปรนเปรอรู้สึกดีแน่ ยิ่งหยาดหยดแห่งความต้องการถูกขับออกมามากแค่ไหน
ผมก็รับรู้ได้ว่าความอดทนอดกลั้นของเขามันใกล้จะหมดลงแล้ว
(ไอ้เหี้ย
ครีปมาเต็มเลยว่ะ บุ๊คๆๆ มึงไปกันบนก่อน)
(เดี๋ยวกูไปบนเอง
มาร์คลงล่างดิ)
“ซี้ดด
พี่.. อ่า”
(ไอ้เหี้ยมาร์ค
มึงยืนนิ่งไม)
(เฮ้ยมึงไหวปะเนี่ย
กูตีครีปไม่ตายโว้ย กูเป็นซับ)
เขาละมือออกจากโทรศัพท์
ก่อนจะส่งมารั้งท้ายทอยของผมเอาไว้แล้วยกสะโพกดันตัวเองเข้ามา
ในที่สุดเด็กติดเกมก็เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ให้กับความกระสัน
คนตัวสูงซอยเอวเข้าออกเป็นจังหวะถี่ยิบเนื่องจากว่าทนไม่ไหว
(ไอ้สัสสสสสส
แพ้ละเนี่ย พอ)
เขาไม่ได้แพ้แค่ในเกม
แต่เขายังแพ้ให้กับผมด้วย
ผมลอบคิดในใจแบบนั้น
ก่อนที่ปลายหัวแม่มือจะปัดหน้าจอออกจากเกมเมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นลง
พร้อมทั้งวางสายจากกลุ่มคอลของเพื่อนแบบไม่รอช้า
ไอโฟนเท็นสีดำถูกโยนไปนอนแอ้งแม้งข้างเตียงแบบไม่ใส่ใจอีกต่อไป
พร้อมๆกับร่างของผมที่ถูกกดลงกับเตียงด้วยความรวดเร็ว
“อ้าว
ไม่เสร็จในปากเหรอ” ผมถามพลางส่งลิ้นออกมาเลีย แต่กลับไม่ได้คำตอบจากเขา เด็กนั่นทำเพียงแค่นหัวเราะในลำคอก่อนจะแนบริมฝีปากเข้ากับผมในทันที
เป็นจูบที่ทั้งร้อนแรงและดุดัน
เขาฉกฉวยปลายลิ้นเข้ามาตวัดด้านในพร้อมๆกับดูดดุนแบบหนักๆจนกลีบปากของผมเจ่อบวมไปหมด
“อึก..
ฮื่อ”
“แตกในตัวพี่ดีกว่า
ไหนๆก็ซนขนาดนี้แล้ว”
“ก็คุณ
เล่นแต่..เกม อ๊ะ!” ผมสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเขาขบเม้มที่ตรงซอกคอ “อย่าทำรอย
พรุ่งนี้ผมมีสอนนะ”
“ก็บอกแล้วว่าอย่าเรียกผมกับคุณ
ไม่ชอบให้ห่างเหินขนาดนั้น”
“คุณ!”
ผมแกล้งเน้นย้ำคำเรียกที่เขาไม่ชอบ
ทันใดนั้นนัยน์ตาคมก็ฉายแววสนุกสนานราวกับลูกหมาที่ต้องการจะเอาชนะในทันที
“ได้
เรียกคุณให้ได้ตลอดไปนะครับ”
“อื้อ..จะทำไม?”
“ตอนโดนผมกระแทก
ก็อย่าร้องขอชีวิตแล้วกันคุณครู”
ไอ้เด็กเวร!
to be con
#ห้องโฮสต์
ครูเธอร้ายมากกกก สงสาร
ตอบลบ555555
ตอบลบฉันได้ตายไปแล้วววว
ตอบลบยอมแล้วววว
ตอบลบกรี๊ด!!!!
ตอบลบหืดหาด
ตอบลบฟ้ีเีเืย้รดย้าารแีืนิห-ห-หกปหหกฟฟกเ่เขิงงงงง
ตอบลบ