HOST
HOT!
#ห้องโฮสต์
12
• You & I •
By
Sin
ผมมองคนที่นั่งเครียดอยู่บนเตียงในตอนนี้
พี่คิวดูจะเป็นกังวลเหลือเกิน
กับการที่พวกเราโกหกผู้ปกครองแล้วหนีมาเที่ยวไกลถึงทะเล
ใช่ครับ
ได้ยินไม่ผิดหรอก ทะเลนี่แหละคือที่ที่เราทั้งสองเห็นพ้องกันว่ามันน่ามาที่สุด แล้วสาเหตุที่ทั้งหมดทั้งมวลนี้มันราบรื่นได้ขนาดนี้
ก็เป็นเพราะมีพี่โจ้เป็นคนช่วย เริ่มจากการทำเอกสารเข้าค่ายจอมปลอมขึ้นมาหนึ่งฉบับ
เอาไปให้แม่ของพี่คิวเซ็น หลังจากนั้นก็ใช้สกิลการพูดที่เก่งอยู่แล้วเป็นเดิมเพื่อคุยให้คุณแม่ของพี่คิวมั่นใจว่าการมาค่ายในครั้งนี้จะต้องปลอดภัยและหายห่วง
คงเป็นเพราะว่าพี่เขาค่อนข้างป่วยง่ายนั่นแหละครับ
คุณแม่ก็เลยห่วงเป็นพิเศษ แต่ดูเหมือนว่ากับพี่โจ้นี่ก็จะได้ใจคุณแม่ไปเยอะเลยเหมือนกัน
เพราะไม่ว่าจะพูดอะไรก็คลายความกังวลบนสีหน้าไปได้ทั้งหมด
ผมเลือกที่จะจองโรงแรมติดริมทะเล
นั่นก็เพื่อให้เราทั้งสองคนได้ใช้เวลาร่วมกันให้ได้นานที่สุด
แต่แทนที่พี่คิวเขาจะผ่อนคลายแล้วก็อารม์ดีกว่านี้
กลายเป็นว่าอีกฝ่ายเอาแต่ทำหน้าเครียด จนผมไม่รู้ว่าจะเข้าหายังไงดี
คงเป็นเพราะว่าเขาไม่ชินนั่นแหละครับ
พี่คิวระแวงไปหมดทุกอย่าง ทั้งกลัวว่าคุณแม่จะจับได้
แล้วก็ยังกลัวว่าจะมีปัญหาภายหลังอีกด้วย เพราะเราทั้งสองคนมาเที่ยวกันในวันธรรมดา
เนื่องจากว่าวันเสาร์-อาทิตย์นี้ผมจะติดงานใหญ่ที่ไม่สามารถยกเลิกได้จริงๆ ก็เลยทำให้ตัดสินใจโดดมาอยู่ด้วยกันซะเลย
“พี่คิวโอเคมั้ยเนี่ย
เค้าไม่อยากทำให้พี่คิวคิดมากนะ” ผมหัวเราะแห้งๆ
“หืม
ครับ ไม่ๆ คือพี่แค่ไม่สบายใจ”
“พี่คิวเป็นเด็กดีจนเค้าคิดว่าเค้าเป็นเด็กเลว”
“ไม่ๆ
น้องซินต้องไม่คิดแบบนั้น” ร่างสูงรีบส่ายหน้ารัว ก่อนจะส่งลิ้นออกมาเลียริมฝีปากเพื่อกลบความประหม่า
ให้ตายเถอะ
พี่เขาเป็นคนที่ขาวมากๆ
แสงไฟที่สะท้อนกับข้างแก้มทำให้ผมเห็นว่าผิวหน้าของเขาดีขนาดไหนกัน
ไหนจะริมฝีปากแดงๆที่เกิดจากการกัดเพราะความประหม่านั่นอีก
ทำไมพี่คิวถึงได้เป็นคนที่น่าเอ็นดูขนาดนี้ก็ไม่รู้
“คราวหลังจะไม่ชวนโดดเรียนแล้ว”
ผมหัวเราะอีกครั้ง
ก็หวังว่าน่ะนะ..
ความจริงก็ไม่ได้อยากจะทำตัวเป็นเด็กไม่ดีหรอกครับ
แต่ไม่รู้ว่าทำไมผมถึงอยากอยู่กับพี่เขาจัง
ก็ได้แต่คิดว่าถ้าในอนาคตผมเลิกเป็นโฮสต์แล้ว
เวลาอยู่ด้วยกันมันก็อาจจะมากขึ้นก็ได้
ติดแค่ว่าผมไม่รู้จะเดินออกจากวงการนี้ยังไงดีน่ะสิ..
จะบอกว่าผมเห็นแก่ตัวก็ได้
ผมยอมรับ แต่ในเมื่อตอนนี้เรื่องระหว่างผมกับพี่คิวมันเพิ่งจะเริ่ม
และคนเราเองก็จำเป็นต้องใช้เงิน อีกทั้งพวกแด๊ดทั้งหลายที่มาติดพันก็ไม่น่าจะยอมแน่ถ้าผมหายไป
เพราะฉะนั้นผมก็เลยว่าจะตักตวงเม็ดเงินเข้ากระเป๋าอีกสักหน่อย
“หรือพี่คิวไม่สบายใจ
วันพรุ่งนี้เรายกเลิกเที่ยวทั้งหมดแล้วไปเรียนกันก็ได้นะ”
“ไม่ต้องหรอกครับ
พี่ก็ไม่อยากให้แพลนของเราทั้งสองคนล่มหรอก”
“งั้นพี่คิวก็อย่าทำหน้าหงอยแบบนี้สิ
เค้าเห็นแล้วใจไม่ดีเลยนะ” ผมเขยิบเข้าไปใกล้
ก่อนจะใช้สองมือดึงแก้มของพี่เขาเบาๆเพื่อหยอก
ความใสซื่อบริสุทธิ์ของพี่คิวก็คือการที่แตะนิดแตะหน่อยเขาก็ตัวแข็งทื่อนี่แหละ
มันบ่งบอกว่าคนแบบพี่คิวนั้นใสสะอาดจริงๆ
แล้วก็ไม่เคยมีใครถึงเนื้อถึงตัวขนาดนี้ด้วย
มันทำให้ผมแอบภูมิใจเล็กๆที่ได้มายืนอยู่ในจุดนี้
...ถึงแม้ว่าบางช่วงจะคิดว่าตัวเองไม่คู่ควรก็เถอะ
แต่ถ้าทุกอย่างมันดีต่อไปเรื่อยๆ
ผมก็สัญญากับตัวเองแล้วว่าจะเป็นแฟนที่ดีของพี่เขาให้ได้
ขอเวลาอีกไม่นานก็แล้วกัน
“พี่ดูหงอยเหรอ?”
“ใช่
ปกติคุณแม่ดุเหรอครับ ถึงได้กังวลขนาดนั้น”
พี่คิวส่ายหน้าก่อนจะยกยิ้ม
ดูเหมือนว่าพอชวนคุยไปเรื่อยๆแล้วพี่เขาก็ผ่อนคลายมากกว่าเดิม
เพราะฉะนั้นผมเลยเลือกที่จะเขยิบไปนั่งข้างๆ
ก่อนจะดึงมือหนานั้นมาประสานนิ้วทั้งห้าเข้าหากัน
“ไม่ดุหรอกครับ
แต่ก็ระเบียบจัดพอสมควร”
“อ๋า..”
“คุณแม่พี่เป็นผู้หญิงที่ทำงานเก่งมาก
แล้วก็เนี้ยบมากด้วย เพราะฉะนั้นก็เลยไม่ค่อยชอบอะไรที่ผิดกฎระเบียบซักเท่าไหร่”
“ถึงว่าล่ะ
พี่คิวเป็นคนดีจนเค้าอายเลย”
“ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก
บางทีพี่อาจจะเป็นคนที่ไม่กล้าเดินออกจากกรอบที่คุณแม่วางเอาไว้ก็ได้” เขาหัวเราะ
“แต่เป็นแบบนั้นก็ดีไม่ใช่เหรอครับ
เพราะกรอบที่คุณแม่วางเอาไว้มันก็ไม่ได้แย่อะไร”
จะว่าไปแล้ว
ผมกับพี่คิวก็ต่างกันมากจริงๆ ในขณะที่ผมใช้ชีวิตแบบผิดๆมาตลอด
ขนาดทำงานเป็นโฮสต์ก็ยังโกงอายุ ลูกค้าที่เข้าหาแต่ละคนก็มีครอบครัวอยู่ก่อนแล้ว
ความจริงมันก็ไม่ต่างอะไรกับการเป็นชู้ที่ได้เงินหรอกครับ
แถมยังทำลายครอบครัวของคนอื่นอีกต่างหาก
มันรู้อยู่แก่ใจดี
แต่ที่ผ่านมาก็ปลอบตัวเองว่าผมไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย เพียงแค่อยู่เฉยๆ
แล้วคนพวกนั้นต่างก็เข้ามาหากันเองทั้งนั้น
“แต่เพราะว่ากรอบอะไรแบบนั้นทำให้พี่กลายเป็นลูกแหง่”
“ใครว่าพี่คิวกัน”
“ก็พวกโจ้นั่นแหละครับ
ไม่เชิงว่าหรอก เขาก็แค่หยอกเล่นอะ”
“พี่คิวคิดในแง่ดีตลอด
ถ้าเป็นเค้าโดนหยอกแบบนั้นบ่อยๆก็ต้องมีเก็บมาคิดมากบ้างล่ะ”
“เพราะว่าพวกโจ้ถึงจะเล่นแรงไปบ้าง
แต่พอพี่มีปัญหาโจ้ก็คอยช่วยตลอด ก็เลยไม่คิดมากล่ะมั้งครับ” เขาพูดแบบยิ้มๆ
“บางทีพี่ก็อยากจะเดินออกจากกรอบที่คุณแม่วางเอาไว้ให้บ้าง แต่ใจยังไม่กล้าซักที
ทั้งๆที่โจ้ก็บอกว่าคุณแม่ไม่อยู่บ้านบ่อยจะตาย แต่ชวนไปเที่ยวทีไรก็ไม่ไป
เพราะกลัวนี่แหละ”
“คุณแม่พี่คิวไปไหนเหรอครับ?”
“ทำงานนั่นแหละครับ
บางทีไม่กลับบ้านเป็นเดือน แต่ก็คอยสั่งให้พี่เลี้ยงดูแลพี่แบบไม่คลาดสายตาอยู่ดี”
“แต่วันนี้เราสองคนก็อยู่ด้วยกันแบบที่ไม่มีใครมาจับตามองแล้วนะ”
ผมพูดพร้อมกับหันไปสบตา ส่วนพี่คิวเองก็เอียงคอนิดๆด้วยความแปลกใจ
ท่าทางของเขาใสซื่อมากๆ ผิดกับผมที่คิดอะไรเยอะแยะไปหมด
บอกตามตรงว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ดีเท่าไหร่นัก แต่ไม่รู้สิครับ
วัยรุ่นสองคนมานอนด้วยกันแบบนี้
เราคงไม่หาอะไรใน Netflix ดูหรอกมั้ง..
“พี่รู้สึกดีมากๆที่ได้มาอยู่กับน้องซินครับ”
“เค้าก็รู้สึกไม่ต่างกัน”
ผมโน้มหน้าเข้าไปใกล้
เพียงแค่นี้แก้มของพี่คิวเขาก็เปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อแทบจะทันที
แล้วมันก็ทำให้ระดับความอยากจะแกล้งของผมมีเพิ่มมากขึ้นอีกเป็นเท่าตัว
“เราลอง..”
“ครับ..”
ผมเห็นเขากลืนน้ำลาย
ส่วนตัวผมเองก็กัดปากขำ ไม่รู้ว่ามันดีรึเปล่า
แต่เหมือนว่าผมกำลังเป็นผู้ร้ายที่กำลังชักชวนให้เด็กคนหนึ่งออกนอกลู่นอกทางยังไงอย่างงั้นเลย
“..ทำอะไรที่มันนอกกรอบดูมั้ยล่ะครับ”
หน้าของพี่คิวอึ้งไม่น้อยพอได้ยินแบบนั้น
ในขณะที่ผมยกมือขึ้นลูบตรงข้างแก้มเนียนนั้นอย่างแผ่วเบา
พอได้แตะแก้มที่อุ่นๆของเขา มันก็ทำให้ผมรู้ว่าตอนนี้มือของตัวเองเย็นมากแค่ไหน
อาจเป็นเพราะปกติผมไม่ใช่คนที่จะเข้าหาใครขนาดนี้ล่ะมั้งครับ
เวลาทำงานกับพวกป๋าๆก็จะเป็นฝ่ายถูกหยอกเสมอ
แล้วก็แค่ตอบสนองกลับไปแบบอ้อนๆเท่านั้น
บอกตามตรงว่ายิ่งได้ใกล้พี่คิวมันก็ทำให้ผมตื่นเต้นไม่แพ้กัน ส่วนเขาน่ะ..
พูดตะกุกตะกักไปแล้ว
“น้องซิน..หมาย
หมายถึง..”
“เค้าน่ะ
คิดถึงจูบพี่คิววันนั้นมากๆ”
ตึกตัก
ตึกตัก ตึกตัก..
ไม่เข้าใจว่าทำไมผมเป็นคนหยอดแท้ๆ
แต่หัวใจกลับเต้นแรงจนแทบระเบิด เพียงเท่านี้ก็รู้แล้วว่าพี่คิวเขาพิเศษมากจริงๆ
ทำให้ผมไม่เป็นตัวของตัวเองเลย แถมยังต้องกลั้นยิ้มจนปวดแก้มไปหมดเวลาที่อยู่ด้วย
“คือพี่จูบไม่เป็น..”
“มันก็ดีมากๆแล้ว
พี่คิวอย่าว่าตัวเองสิ”
พี่เขากลืนน้ำลายอีกครั้ง
ความประหม่าโผล่ออกมาจากสายตานั้นจนแทบกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่
ถ้าใครได้มาเห็นภาพเดียวกับที่ผมเห็นในตอนนี้ก็ต้องเอ็นดูเขาทั้งนั้นแหละครับ
“ก็มันจริง..”
“งั้นเราก็ลองทำมันจนพี่คิวจูบเป็นเลยมั้ยล่ะ..”
โอ๊ย
ซิน
ไม่รู้ว่าพูดอะไรออกไป
แต่สิ้นสุดประโยคนั้นปุ๊บ
แก้มของพี่คิวเขาก็เปลี่ยนเป็นสีแดงปั๊บ
ดวงตาเรียวกะพริบปริบๆอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง
ท่าทางของเขาทำให้ผมรู้สึกเขินจนอยากจะมุดหมอน ทั้งๆที่ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน
พออยู่กับพี่คิวแล้วก็เหมือนกับว่าผมกลายเป็นวัยรุ่นใสๆที่เพิ่งจะมีรักแรกไปเลย
แต่ไม่! ถ้ามัวแต่เขินกันไปเขินกันมาแบบนี้มันก็มีแต่จะล่มไม่เป็นท่าไม่ใช่เหรอ
ผมคิดเอาไว้แล้วว่าถ้าพี่เขาเขินมาก ผมก็ต้องเป็นฝ่ายเขยิบเข้าหาเอง
ถึงใครจะว่ามันเร็วไปก็เถอะ แต่ถ้ามันพอดีสำหรับทั้งผมและพี่คิว
มันก็ไม่มีอะไรเสียหายนี่..
“น้อง..ซิน..”
เขาพูดเสียงแผ่ว
แต่ผมไม่ยอมให้พี่คิวเอ่ยคำใดๆออกมาจากปากอีก ริมฝีปากของเราทั้งคู่ประกบเข้าหากัน
ทำเอาทั้งตัวของพี่คิวเกร็งไปหมดจนผมสัมผัสได้
อีกทั้งยังรู้สึกเอ็นดูไม่เปลี่ยนแปลงอีกด้วย
พี่เขาใสบริสุทธิ์
ทำเอาผมเกร็งตามในขณะที่ค่อยๆละเลียดเม้มริมฝีปาก ความอุ่นร้อนมันแผ่ซ่านไปทั้งตัว
คิดว่าทั้งผมและพี่เขาก็คงจะขนลุกไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก
ฝ่ามือของเขาเย็นเฉียบอีกทั้งยังมีเหงื่อซึม
พี่คิวพยายามเม้มจูบของผมตอบ ซึ่ง.. ถ้าไม่เป็นการอวยมากเกินไป
ผมก็คิดว่าเขาอาจจะไปศึกษามาบ้างเหมือนกันนะว่าต้องทำยังไง
เนื่องจากครั้งนี้มันไม่ได้แย่เหมือนกับในโรงหนัง
แถมพี่เขายังตอบสนองกลับมาเรื่อยๆ ถึงแม้ว่าจะให้ผมเป็นฝ่ายนำทางก็ตามที
“อืม..”
เสียงจ๊วบจ๊าบที่ดังแว่วผ่านหูทำให้รู้สึกจั๊กจี้ในอก
รวมถึงลมหายใจร้อนๆที่ผ่อนมาคลอเคลียอยู่ข้างจมูก
มันทำให้ผมไม่อยากหยุดเวลาเอาไว้แค่ตรงนี้ ถ้าไม่อย่างนั้นทุกอย่างคงจะน่าเสียดายไม่น้อย
“น้องซิน
อืม..”
คำพูดของพี่เขาถูกขัดด้วยฝีมือของผมอีกครั้ง
คราวนี้เราเปลี่ยนท่าด้วยการดันให้พี่คิวเป็นฝ่ายนอนราบลงไปกับเตียง
ส่วนผมอยู่ด้านบนแล้วเป็นคนคุมเกมอย่างไม่ต้องสงสัย
ริมฝีปากที่จูบกันซ้ำแล้วซ้ำเล่าทำให้ความโลภในใจพุ่งทะยานขึ้นสู่ที่สูง
พี่คิวอึกอักและเริ่มจะหอบ ส่วนตัวผมเองก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่
ยอมรับแบบไม่อายเลยว่าตอนนี้มีอารมณ์ร่วม
ถึงแม้ว่ามันจะน่าเขินอยู่บ้าง เพราะพอคิดว่านี่จะเป็น ‘ครั้งแรก’ ของพี่คิวเขาแล้ว.. ในหัวมันก็คิดวนไปวนมาว่าตัวผมนั้นสมควรที่จะได้รับมันเอาไว้รึเปล่า
แต่..
ผมก็จริงใจกับพี่เขานะ ความรู้สึกที่บอกไปทั้งหมดก็คือความจริง
สิ่งที่เกิดขึ้นก็มั่นใจแล้วว่าอยากให้มันมาในทิศทางนี้ เพราะฉะนั้น..
ถ้าเราทั้งสองคนใจตรงกันขนาดนั้น มันก็คงจะไม่ใช่ปัญหาของพี่คิวหรอกมั้งครับ
“น้องซิน..
อะ”
“พี่คิวอยากให้เค้าทำต่อมั้ย”
ผมถามก่อนจะกัดริมฝีปาก
ไม่รู้ว่าแสดงออกมากไปมั้ย แต่บอกตรงๆว่าตอนนี้ในอกลุ้นจนใจเต้นแรง
พี่คิวจ้องหน้าผมอย่างลังเล สองข้างแก้มของเขาแดงจัดจนผมหลุดขำ
แต่ก็ยังไม่ยอมตอบอะไรกลับมาอยู่ดี
“ถ้าพี่คิวไม่พร้อม
เค้าจะหยุด”
“คือเราสองคน”
“เป็นแฟนกันแล้ว”
“ครับ”
เขาพยักหน้า ลิ้นร้อนนั้นส่งออกมาเลียริมฝีปากด้วยความประหม่า
มันทำให้คนมองอย่างผมอดไม่ได้เลยที่จะโน้มเข้าไปจุ๊บที่ริมฝีปากของพี่เขาเบาๆ
“เรื่องแบบนี้
สำหรับเค้าถือว่าธรรมดา แต่สำหรับพี่คิวไม่รู้ว่ายังไง”
“บอกตรงๆว่าพี่กังวล”
“ทำไมล่ะครับ?
กลัวทำได้ไม่ดีเหรอ?”
“ก็น่าจะใช่”
“งั้นเรามาพยายามด้วยกันมั้ย..”
ผมว่าพลางปลดกระดุมเสื้อของพี่เขาออกทีละเม็ด หน้าท้องขาวเนียนที่ประจักษ์แก่สายตา
รวมถึงยอดอกสีอ่อนนั้น ทำให้ผมเขินได้อีกแล้ว
“คือพี่อาจจะ..”
“ไม่ต้องกังวลหรอกครับ
อะไรที่เป็นพี่คิวเค้าก็ว่าดีหมดนั่นแหละ”
“น้องซิน..”
“เรามาลองไปด้วยกันนะ
.
.
.
.
By Q
“น้องซิน..
อะ..”
ผมนิ่วหน้าเมื่อความอุ่นครอบครองเข้ามาตรงกลางลำตัว
ลำพังแค่น้องซินเขยิบตัวต่ำลงไปมันก็น่าอายอยู่แล้ว ในยามที่ใบหน้าของน้องเขาใกล้กับส่วนลับยิ่งทำให้ผมอยากจะระเบิดตัวหนีหายไปตอนนี้ซะให้ได้
แต่ในที่สุดน้องซินก็ทำยิ่งกว่าที่คิดเอาไว้
ถึงแม้โจ้จะสอนมาบ้างก็ตาม ว่ากิจกรรมสำหรับคนรักกันน่ะควรทำยังไงบ้าง
แต่ผมก็ยังไม่ชินอยู่ดี
อันที่จริงโจ้บอกว่า
ไอ้สิ่งที่น้องซินกำลังทำให้ผมเนี่ย.. ผมต้องเป็นฝ่ายทำไม่ใช่เหรอ?
เรื่องนี้ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าควรทำยังไง
ใช่ว่าที่ผ่านมาไม่เคยลองด้วยตัวเองมาก่อน
แน่นอนว่าผมก็เป็นผู้ชายคนหนึ่ง ย่อมต้องเคยทดลองอะไรกับร่างกายของตัวเองอยู่แล้ว
แต่ใครจะคิดว่าการที่ถูก ‘คนที่เราชอบ’ เป็นฝ่ายกระทำให้แบบนี้
มันจะรู้สึกดีขนาดนั้น
ผมทั้งรู้สึกดีและทั้งอายไปในเวลาเดียวกัน
หน้าท้องของผมเกร็งแน่น ในยามที่รู้สึกว่าน้องซินผงกหัวขึ้นลง
ไอ้ตรงส่วนนั้นมันก็เสียวมากขึ้นเรื่อยๆ จนผมไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงดี
ผม..
ไร้ประสบการณ์อย่างแท้จริง
แวบหนึ่งที่เห็นว่าน้องซินเหลือบตาขึ้นมามอง
วินาทีนั้นทำให้ผมแทบจะหยุดหายใจ ใบหน้าของเขาตอนทำแบบนั้น
บอกตรงๆว่าทำให้ผมเขินมากๆ เรียกได้ว่าเขินแบบมากของมากเลยทีเดียว
แต่ด้วยความสัจจริง ถ้าพูดกันตามประสาผู้ชาย.. ก็ต้องบอกว่ามันดีต่อใจเหลือเกิน
“น้องซิน
อืม..”
ผมไม่ไหวกับการกระทำทุกอย่างของเขา
น้องซินแทบจะทำให้ผมเป็นบ้าตายอยู่แล้ว ยิ่งในตอนที่มือบางนั้นกำไปรอบๆ
พร้อมกับขยับขึ้นลงเพื่อเป็นการช่วย ผมก็รู้สึกได้ว่าทุกอย่างมันราบรื่นไปหมด
จนแทบจะล่องลอยไปบนอากาศ
ก่อนที่อะไรเย็นๆจะถูกชโลมลงมาบนเนื้อร้อน
พร้อมๆกับการลูบไล้จนส่วนกลางลำตัววาววับสะท้อนแสงไฟ น้องซินมองมาแบบยิ้มๆ
ก่อนที่วินาทีหัวใจวายจะโคจรมาพบกับผมอีกครั้ง
เมื่อน้องเขายืดตัวขึ้นแล้วค่อยๆปลดกระดุมของตัวเองออกทีละเม็ด
แม่เจ้า
ผมแทบจะกลายเป็นหิน
หัวใจเต้นระรัวจนเหงื่อซึมออกมาตามหน้าผาก แค่เห็นน้องซินตอนในโหมดปกติผมก็เขินจนหูแดงแล้ว
แต่ในตอนนี้.. เราทั้งสองคนต่างไม่มีอะไรปกปิดร่างกายเลยแม้แต่ชิ้นเดียว
คิดเอาเองว่าเราทั้งสองสนิทกันมากขึ้นด้วยรึเปล่านะ
ถ้าเปรียบเป็นเกมล่ะก็ ตอนนี้ผมคงกำลังโดนบอสตัวฉกาจมอมเมาจนหาทางออกไม่เจอ
หรือไม่ก็ผมอาจจะเป็นฝ่ายหลงรักบอสตัวนี้ซะเอง จนไม่กล้าฆ่าให้ตายเลยก็ได้
“อืม..”
เราทั้งสองคนจูบกันอีกครั้ง
พร้อมๆกับเจลเย็นที่ถูกชโลมลงมาใส่ส่วนกลางลำตัวอีกหน
น้องซินใช้มือได้ดีจนผมกลับมาหอบหายใจแรง
รับรู้ได้ด้วยว่าในตอนนี้จูบของเราทั้งสองคนหนักหน่วงยิ่งกว่าเดิมจนเริ่มจะตามไม่ทัน
ก่อนที่น้ำหนักบางส่วนจะขึ้นมากดอยู่บนลำตัวเมื่อน้องซินเขยิบตัวเข้ามาใกล้
เขาคร่อมผมเอาไว้ พร้อมๆกับจับส่วนปลายถูไถไปตามแก้มก้นเนียนนุ่มของตัวเอง
ในหัวของผมมีแต่คำว่าให้ตาย
ให้ตาย และให้ตาย น้องซินไม่ยอมผละจูบออก ทั้งเรียวลิ้นที่ส่งเข้ามาตวัด
ทั้งความรู้สึกที่ตรงส่วนล่าง
ทำให้ผมเลือกไม่ถูกเลยว่าควรจะโฟกัสไปที่ตรงจุดไหนก่อน
“อืม..อะ-อ่า”
ก่อนที่คำตอบมันจะพุ่งเข้ามาในหัว
เมื่อการบีบรัดครั้งใหญ่เกิดขึ้นกับร่างกายของตัวเอง น้องซินกดน้ำหนักลงมาคร่อม
พร้อมๆกับความอุ่นและความตอดกระตุกที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน
มันอุ่นมาก..
และในตอนที่เขายืดกายขึ้นไปเขยิบอยู่บนตัวของผม
ภาพตรงหน้าก็ทำให้แทบจะบ้าเลยทีเดียว
น้องซินโคตรเซ็กซี่
“พี่คิว..อึก..
อื้อ”
อาจจะเป็นเพราะผมเบลอ
ผมง่อย หรืออะไรก็แล้วแต่
แต่พออยู่ในท่านี้ก็เพิ่งเห็นว่าน้องเขาสวมถุงยางให้กับผมแล้ว
สิ่งที่โจ้เตรียมมาให้กลับไม่ได้ใช้ เพราะน้องซินเองก็พกมาด้วยเช่นกัน
สรุปได้ว่าเรื่องที่โจ้บอกมันก็เป็นความจริงทุกประการ
‘วัยรุ่นสองคนไปนอนด้วยกัน ถ้าชอบกัน รักกัน
มันไม่มีทางจบที่การนอนเฉยๆหรอกเว้ย’
‘ถ้านอนเฉยๆก็มีอยู่สองเหตุผลอะ แม่งไม่พร้อมทั้งคู่ หรือมีคนใดคนหนึ่งไก่กา’
‘แต่เท่าที่เห็นคือไอ้เจ้าซินมันแสบใช่ย่อย ไม่ป้องกันไว้ล่วงหน้า
เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นเราก็ป้องกันไม่ได้ปะวะ’
อาจจะต้องขอบคุณโจ้ที่ช่วยให้ผมได้เตรียมพร้อมมากขนาดนี้..
เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดมันเหมือนฝัน
เสียงครางเร้าของน้องซินเป็นอะไรที่โคตรจะน่าฟัง ผมจ้องอยู่ที่การขยับตัวของน้องเขาตาไม่กะพริบ
อีกทั้งความรู้สึกที่เกิดขึ้นตรงส่วนนั้นก็รุนแรงมากจนเผลอครางออกมาหลายที
“พี่คิว..อื้อ
รู้สึก อ๊ะ ดีมั้ย..”
“ดีครับ
น้องซิน..อ่า”
ผมไม่รู้จะตอบอะไรกลับไป
รู้สึกอายไม่น้อยที่เป็นฝ่ายนอนเฉยๆอยู่แบบนี้ แต่มันก็ปฏิเสธไม่ได้จริงๆว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นดีต่อใจจนไม่อยากให้มันจบลง
ผมเสียวมาก
ยิ่งในตอนที่น้องซินโยกสะโพกแรงขึ้น มันก็เสียววาบจนขนลุกไปทั้งตัว
น้องเขาเชิดหน้าสูดปากเป็นบางครั้ง
ก่อนจะกดสายตาลงมายิ้มให้กับผมทั้งๆที่เอวบางยังไม่ยอมหยุดขยับ
รอยยิ้มนั้นตรงใจจนเผลอยิ้มตอบกลับไป
ก่อนที่สติทุกอย่างจะโดนกระชากกลับมาด้วยความเสียวที่แล่นปราดไปตรงกลางลำตัวราวกับโดนไฟช็อต
อารมณ์ของผมเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาจนตามไม่ทัน
ร่างกายร้อนระอุราวกับว่าเพิ่งออกกำลังกายอย่างหนัก
แต่ก็ไม่อาจหยุดความต้องการของตัวเองเอาไว้ได้เลย
“น้องซิน..มัน”
“จะเสร็จแล้วเหรอพี่คิว..อ๊ะ”
“คือพี่น่ะ..”
บ้าจริง
ผมยังไม่อยากให้มันหยุดลง
ผมอยากจะต่อมันอีกนิด
แต่..
“อ่า..”
ในที่สุดมันก็เสร็จจนได้..
ความเสียวขั้นสุดนำพาให้ทุกอย่างทะลักออกมา
การมีอะไรกันของเราในครั้งนี้หยุดชะงักเมื่อผมไปถึงฝั่งฝันก่อนน้องเขาเสียอีก
มันน่าเสียดายจริงๆ อีกทั้งยังรู้สึกแย่ในอกอีกด้วย
ผมกลัวน้องเขาผิดหวัง
“ครั้งแรกก็งี้แหละ
เสร็จไว”
“คือ..
คือพี่”
“ทำไมทำหน้าแบบนั้น
มันไม่ดีเหรอ?” น้องขยับสะโพกให้เราทั้งสองคนเป็นอิสระออกจากกัน
ก่อนจะโน้มมาจูบซับที่ริมฝีปากของผมเบาๆ ด้วยสีหน้าที่อารมณ์ดีไม่เปลี่ยนแปลง
“มันทำให้น้องซินรู้สึกแย่รึเปล่า”
“บ้า
เค้าจะรู้สึกแย่กับพี่คิวทำไม” เขาหัวเราะ
ก่อนจะดึงมือของผมไปจับที่ตรงส่วนนั้นของตัวเองบ้าง “มันยังไม่จบซะหน่อย”
นัยน์ตาที่มองมามีความหมายชัดเจน
แล้วผมก็ว่าตัวเองพอจะรู้.. ว่าสิ่งที่น้องซินต้องการมันคืออะไร
“อื้อ..
พี่คิว”
ผมเริ่มขยับข้อมือ
ในขณะที่กายเล็กเองก็เป็นฝ่ายนอนราบลงไปกับเตียง
ส่วนตัวผมก็พลิกตัวขึ้นมาใช้ศอกยันไว้
กิจกรรมของเราทั้งสองคนจะได้ดำเนินต่อไปแบบไม่มีอะไรมาขัดอีก
“แบบนั้นแหละพี่คิว
อ๊ะ..พี่คิว”
น้องเขาดึงผมเข้าไปจูบ
ก่อนที่ทั้งห้องจะเต็มไปด้วยเสียงครางหวานอันตรึงใจนั้น
พร้อมๆกับการปลดล็อกตัวเองไปอีกขั้นของตัวผมเอง
คืนนั้นผมได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆจากน้องซิน
เปิดประสบการณ์ใหม่แบบที่ไม่เคยได้รับมาก่อน เราทั้งคู่นอนกอดกัน จูบกัน
เป็นของกันและกัน ราวกับว่าในโลกใบนี้มีเราเป็นเจ้าของ ไม่มีใครมาเกี่ยวข้อง
ไม่มีกฎเกณฑ์ใดๆมาบีบบังคับ
ผมรู้สึกดีที่ได้อยู่กับน้องซิน
อีกทั้งน้องเขายังบอกว่ารู้สึกมีความสุขมากๆ
ที่ได้เป็นตัวของตัวเองในตอนที่อยู่กับผม
มันเป็นคืนที่มีความสุข
จนผมไม่อยากให้แสงของพระอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้า
แล้วผมก็ได้แต่หวังว่า
ความสุขนี้จะอยู่กับเราไปนานๆด้วยเช่นกัน
...
to be con
#ห้องโฮสต์
ฟงใปมหาอทพาาแากนเยบะภนุตๅฃงแมืนดสด
ตอบลบให้ตายเถอะเจ้าซินดสำยดยสกสด
ตอบลบก่นสทแรสสาากด้ท ไม่ไหวววเจ้าซินคุณแม่ประทับใจมากกกกก แค่กๆๆ
ตอบลบน้องซิน ด่พสมอำบสดเาดาดบไวกืด
ตอบลบแง๊ ทำไมดีต่อใจแบบนี้ โอ้ยย พี่แนนน ดีมากก ❤🙏😭
ตอบลบน้องซินนนนน
ตอบลบฮือออออออออ ไม่ไกวล้าวววว
ตอบลบฆ่าฉันฆ่าให้ตายดีกว่สาาา
ตอบลบซินลูกกกกเธอววมันรว้ายยยยฟลาดจพ่จำาฟขฟา
ตอบลบฒ่สดักว่สนีิ้
ตอบลบคอมเมนเเต่ล่ะคอมเม้นอ่านไม่รู้เลยเเล้วววหวหวหวหวหสหหสสกนดาเน
ตอบลบเอ็นดูพี่คิววว กยำาำสกาดาด่าพยกาดาพ
ตอบลบหาเสเยวกดสเาเ
ตอบลบ